
คู่มือนี้เรียงตามลำดับของวันเรียน ทุกบทมีคำอธิบายสั้น ขั้นตอนที่ทำตามได้ และ prompt สำเร็จรูปที่คัดลอกไปพิมพ์สั่ง Agent ได้ทันที ทุก prompt บอกด้วยว่า กำลังสั่งให้ Agent ทำอะไร ควรใช้โมเดลไหน และ Effort เท่าไร เมื่อกลับไปทำงาน ให้ใช้เล่มนี้เป็น "คู่มือหยิบใช้" — สั่งงานเดิมซ้ำ หรือสร้าง Agent ตัวใหม่ให้แผนกอื่นด้วยสูตรเดียวกัน
ผู้สอนสาธิต → ท่านทำตามทีละขั้น → ลงมือกับไฟล์จริงหรือไฟล์ Mockup ที่แจกใน Hub กดคัดลอก prompt จากคู่มือฉบับเว็บได้ทันที
เปิดบท "Roadmap 30 วัน" และ "Prompt Cheat Sheet" ท้ายเล่ม — Agent ที่สร้างในคลาสพร้อมใช้กับงานจริงต่อได้เลย แค่สลับไฟล์ Mockup เป็นไฟล์บริษัทจริง
ข้อความในกล่องนี้คือคำสั่งสำเร็จรูป คัดลอกไปวางใน Claude ได้เลย
ส่วนที่เป็น [ตัวสีแดงในวงเล็บ] ให้เปลี่ยนเป็นข้อมูลของแผนกท่าน
ป้ายมุมขวาบนของทุกกล่อง = โมเดลและ Effort ที่แนะนำสำหรับคำสั่งนั้นClaude มีสมองให้เลือก 3 ระดับ และปรับ "ความตั้งใจคิด" (Effort) ได้ — เลือกให้ตรงกับน้ำหนักของงาน จะได้ทั้งคุณภาพและความเร็วโดยไม่เปลืองโควตา
งานคิดหนัก — วิเคราะห์ตัวเลข, Big Idea, กรอบแผนธุรกิจ, รีเสิร์ชที่ต้องสังเคราะห์หลายแหล่ง — ช้ากว่าแต่ลึกกว่า
ม้างานหลักของวัน — แยกบรีฟ ร่างเอกสาร สั่งงานผ่าน MCP แก้งานรายจุด — สมดุลคุณภาพ/ความเร็วดีที่สุด
งานเร็วงานเช็ค — ทดสอบการเชื่อมต่อ เช็คสถานะ/เครดิต ถามสั้นตอบสั้น — เร็วสุด เบาสุด
Effort = เวลาที่ให้ Agent "คิดก่อนตอบ" — ต่ำ: ตอบไว งาน routine · กลาง: ค่ามาตรฐานของงานส่วนใหญ่ · สูง: คิดนานขึ้น วางแผนหลายขั้น เหมาะงานวิเคราะห์/กลยุทธ์ — กติกาง่าย ๆ: งานที่ผิดแล้วแพง ให้ Effort สูง งานที่แก้ง่าย ให้กลางหรือต่ำพอ
1 วัน 10.00–17.00 น. · เครื่องมือหลัก Claude (AI Agent) + MCP เชื่อม Canva และ ZenityX Studio / Magnific · เช้าเรียนสูตรกลางร่วมกัน บ่ายแยก 4 ทีมสร้าง Agent ของแผนกตัวเอง

| เวลา | ช่วง | หัวข้อ |
|---|---|---|
| 10.00–10.45 | Workshop 13 | Agent ที่ปรึกษาคืออะไร — สูตร Role + Knowledge + Tools + Workflow + demo ครบวงจร |
| 10.45–11.30 | Workshop 14 | Train ฐานความรู้ของแผนก — ป้อนเอกสารจริงให้ Agent ตอบแบบบริษัทเรา |
| 11.30–12.30 | Workshop 15 | Template แยกโจทย์บรีฟ + ดึงเทรนด์และ Insight |
| 12.30–13.30 | พัก | พักรับประทานอาหารกลางวัน |
| 13.30–14.30 | Workshop 16 | เชื่อม Agent เข้าเครื่องมือผ่าน MCP — Canva + ZenityX Studio / Magnific |
| 14.30–16.15 | Workshop 17 | แยก 4 ทีม สร้าง Agent ที่ปรึกษาของแผนกตัวเอง (Marketing · Sales · Design · CEO) |
| 16.15–17.00 | Workshop 18 | Showcase + กติกาข้อมูล + Roadmap 30 วัน |
ตารางเวลาเป็นแนวทาง ผู้สอนอาจปรับเวลาแต่ละช่วงให้เหมาะกับความคืบหน้าของผู้เรียน โดยเนื้อหาและผลลัพธ์หลักยังครบถ้วนเหมือนเดิม
รายละเอียดเต็มอยู่ในเอกสาร 2 ฉบับบน Hub — "Checklist ความพร้อมองค์กร" (สำหรับ IT) และ "เช็คลิสต์เตรียมตัวผู้เรียน" สรุปหัวใจสำคัญ:
Train = ป้อนความรู้บริษัท + ตั้งบทบาทให้ AI (เอกสาร เคสเก่า กติกาแบรนด์) ไม่ใช่การเทรนโมเดล AI ขึ้นใหม่ — ใช้เวลาเป็นนาที ไม่ใช่เป็นเดือน และแก้ไข/เพิ่มความรู้ได้ตลอด
Agent ที่ปรึกษาที่ดีไม่ได้เกิดจาก prompt เก่ง ๆ ครั้งเดียว แต่เกิดจากส่วนประกอบ 4 อย่างที่ประกอบเข้าด้วยกัน — ทุกทีมจะใช้สูตรเดียวกันนี้ ต่างกันแค่เนื้อหาข้างใน

Agent เป็นใคร เชี่ยวชาญอะไร ตอบในน้ำเสียงแบบไหน เช่น "ที่ปรึกษาการตลาดประจำ MX Media"
เอกสารบริษัทที่ป้อนให้: โปรไฟล์ เคสเก่า กติกาแบรนด์ ข้อมูลแผนก — ทำให้ตอบแบบ "บริษัทเรา" ไม่ใช่ตอบกลาง ๆ
สิ่งที่ Agent สั่งงานได้จริงผ่าน MCP: สร้างสไลด์ใน Canva เจนภาพ/วิดีโอผ่าน ZenityX Studio
ขั้นตอนประจำที่ Agent ทำซ้ำได้ เช่น "รับบรีฟ → แยกโจทย์ → เสนอไอเดีย 3 ทาง → รอคนเลือก"
Prompt 1.1 ทำอะไร: ให้ Agent "สำรวจ" โฟลเดอร์งานจริง — พิสูจน์ความต่างจากแชทปกติทันที เพราะ Agent อ่านไฟล์ในเครื่องได้เอง
สำรวจไฟล์ทั้งหมดในโฟลเดอร์นี้ แล้วสรุปว่ามีอะไรบ้าง แต่ละไฟล์น่าจะใช้ทำอะไร
จากไฟล์ที่เห็น เสนอมา 3 งานที่คุณช่วยแผนก [ชื่อแผนก] ได้ทันทีผลที่ควรได้: รายการไฟล์ครบ + ข้อเสนองาน 3 ข้อที่อิงจากไฟล์จริง ไม่ใช่คำตอบลอย ๆ
Prompt 1.2 ทำอะไร: ทดลองพลังของ "Role" — ถามคำถามเดียวกัน 2 ครั้ง ก่อนและหลังตั้งบทบาท แล้วเทียบคำตอบกันจะเห็นความต่างชัดเจน
ต่อจากนี้คุณคือ [ที่ปรึกษาการตลาดประจำบริษัทผลิตสื่อและอีเว้นท์]
ตอบสั้น ตรงประเด็น อิงบริบทธุรกิจนี้เสมอ
คำถามเดิมอีกครั้ง: ลูกค้าจัดงานเปิดตัวสินค้า งบจำกัด ควรลงแรงกับอะไรก่อน 3 อย่างผลที่ควรได้: คำตอบรอบหลังเจาะบริบทงานอีเว้นท์/สื่อ ไม่ใช่คำแนะนำการตลาดทั่วไป
Agent เป็น "ที่ปรึกษาและมือทำงาน" — การตัดสินใจเชิงครีเอทีฟ ธุรกิจ และการอนุมัติผลลัพธ์อยู่ที่ทีมเสมอ ทุกผลงานจาก Agent ต้องมีคนตรวจก่อนใช้จริง
ขั้นที่เปลี่ยน AI ทั่วไปให้เป็น "ที่ปรึกษาของบริษัทเรา" — ป้อนเอกสารจริง แล้วตั้งไฟล์ความจำให้ Agent อ่านทุกครั้งที่เริ่มงาน

ภาพรวมบริษัท สายงาน ลูกค้า เป้าหมาย — ใน Hub: MX Media - Company Profile
น้ำเสียงแบรนด์ + กติกาการเขียน — ใน Hub: MX Media - Tone of Voice
3 เคสพร้อมผลลัพธ์และบทเรียน — ใน Hub: MX Media - เคสงานเก่า 3 เคส
วันเรียนถ้าเอกสารจริงของแผนกพร้อม ให้ใช้ของจริงเลย (ตัดข้อมูลส่วนบุคคลออกก่อน) ถ้าไม่พร้อม ใช้ชุด MX Media แล้วกลับไปสลับเป็นไฟล์จริงทีหลังด้วยขั้นตอนเดิมทุกขั้น
Prompt 2.1 ทำอะไร: งานชิ้นใหญ่ของบทนี้ — ให้ Agent อ่านเอกสารทุกไฟล์แล้ว "กลั่น" เป็นไฟล์ความจำ CLAUDE.md ที่มันจะอ่านเองทุกครั้งที่เริ่มงาน · ใช้ Opus + Effort สูง เพราะคุณภาพไฟล์นี้ตัดสินคุณภาพคำตอบทั้งวัน
อ่านไฟล์ทั้งหมดในโฟลเดอร์นี้ แล้วสร้างไฟล์ CLAUDE.md เป็นไฟล์ความจำประจำตัวของคุณ
โดยสรุปเป็นหัวข้อ: บริษัทเราคือใคร / สายงานและลูกค้าหลัก / น้ำเสียงและกติกาแบรนด์ /
บทเรียนจากเคสงานเก่า / สิ่งที่ห้ามทำ
จากนี้ไปคุณคือ [ที่ปรึกษาการตลาด] ประจำบริษัทนี้
ทุกคำตอบให้อิงข้อมูลจากไฟล์ความจำก่อนเสมอ และอ้างเคสเก่าประกอบเมื่อเสนอไอเดียใหม่
ถ้าข้อมูลไม่พอให้ถามกลับ อย่าเดาผลที่ควรได้: ไฟล์ CLAUDE.md โผล่ในโฟลเดอร์ หัวข้อครบ 5 หมวด เนื้อหาตรงกับเอกสารจริง
# ที่ปรึกษาการตลาด — MX Media ## บริษัทเราคือใคร ผลิตสื่อ+อีเว้นท์ครบวงจร ทีม 45 คน · สายงาน: อีเว้นท์ 45% / วิดีโอ 30% / โซเชียล 12% / จอ LED 13% ## ลูกค้าหลัก อสังหาฯ และยานยนต์ (งานเปิดตัว) · ราชการ (นิทรรศการประจำปี) ## กติกาแบรนด์ เรียกตัวเองว่า "ทีม MX" · ไม่สัญญาเดดไลน์แทนทีมผลิต · ไม่เทียบคู่แข่งตรง ๆ ## บทเรียนจากเคสเก่า จอ LED โค้งต้องเผื่อ mapping 2 สัปดาห์ · งานราชการเผื่ออนุมัติ +1 สัปดาห์
Prompt 2.2 ทำอะไร: ทดสอบว่า Train สำเร็จจริง — ให้ Agent สอบตัวเอง 5 ข้อพร้อมบอกแหล่งอ้างอิง · งานเช็คสั้น ๆ ใช้ Haiku พอ ประหยัดและเร็ว
ตอบ 5 คำถามนี้จากไฟล์ความจำ พร้อมบอกว่าแต่ละคำตอบอ้างจากไฟล์ไหน: 1. ลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่สุดของเราคือใคร 2. สายงานไหนทำรายได้มากที่สุด 3. กติกาแบรนด์ที่ห้ามทำมีอะไรบ้าง 4. บทเรียนสำคัญจากงานจอ LED คืออะไร 5. เป้าหมายปีหน้าของบริษัทคืออะไร
ผลที่ควรได้: ตอบถูกครบ 5 ข้อ + ระบุไฟล์อ้างอิงได้ — ถ้าตอบกลาง ๆ เหมือนไม่รู้จักบริษัท สั่ง "อ่านไฟล์ความจำก่อนตอบ" แล้วทดสอบใหม่
Prompt 2.3 ทำอะไร: ฝึกดูแลความจำระยะยาว — ความรู้บริษัทเปลี่ยนทุกเดือน ต้องรู้วิธีเพิ่ม/แก้โดยไม่รื้อไฟล์ทำใหม่
เพิ่มความรู้ใหม่เข้าไฟล์ความจำ: [เช่น "เดือนนี้ได้ลูกค้าใหม่กลุ่มโรงพยาบาล
งานแรกคือวิดีโอแนะนำบริการ 3 ตัว"]
จัดเข้าหัวข้อที่เหมาะสม แล้วแสดงเฉพาะส่วนที่แก้ให้ดูก่อนบันทึกผลที่ควรได้: Agent แสดง diff ส่วนที่เพิ่ม/แก้ ให้คนยืนยันก่อนบันทึกจริง — นิสัยที่ดีของการให้ AI แก้ไฟล์สำคัญ
บรีฟลูกค้ามาเป็นก้อนข้อความยาว ๆ เสมอ — Template นี้ให้ Agent แตกบรีฟเป็นโครงที่ทีมทำงานต่อได้ทันที ใช้ได้ทั้งงาน Marketing และ Design และเป็นจุดเริ่มของทุก track ช่วงบ่าย

ใน Hub มีบรีฟจำลอง 2 ใบ: บรีฟลูกค้า 01 เปิดตัวสมาร์ทโฮม และ บรีฟลูกค้า 02 งานครบรอบ 20 ปี — เลือกใบที่ใกล้งานแผนกตัวเอง หรือใช้บรีฟจริงของบริษัทถ้ามี
Prompt 3.1 ทำอะไร: Template แยกบรีฟ 6 หัวข้อ — หัวใจคือข้อ 5 "สิ่งที่บรีฟไม่ได้บอก" ที่บังคับให้ Agent แยกข้อเท็จจริงออกจากการเดา · เก็บ prompt นี้ไว้ใช้ซ้ำกับบรีฟทุกใบ
อ่านบรีฟลูกค้าในไฟล์ [ชื่อไฟล์บรีฟ] แล้วแยกออกมาเป็นตารางตามหัวข้อนี้:
1. เป้าหมายธุรกิจของลูกค้า (ทำไมถึงจัดงาน/ทำแคมเปญนี้)
2. กลุ่มเป้าหมาย (ใคร อายุ พฤติกรรม)
3. สิ่งที่ต้องส่งมอบ (แยกเป็นรายชิ้น พร้อมสเปกที่ระบุมา)
4. ข้อจำกัดและข้อห้าม (งบ เวลา สี สิ่งที่ลูกค้าไม่เอา)
5. สิ่งที่บรีฟไม่ได้บอก — คำถามที่ต้องถามลูกค้ากลับ (สำคัญที่สุด)
6. ความเสี่ยงของงานนี้ในมุมทีมผลิต
ตอบแบบตาราง สั้น กระชับ อิงเฉพาะสิ่งที่เขียนในบรีฟ
ห้ามเดาสิ่งที่ลูกค้าไม่ได้พูด — ถ้าไม่แน่ใจให้ใส่ไว้ในข้อ 5ผลที่ควรได้: ตาราง 6 แถวครบ และข้อ 5 มีคำถามกลับอย่างน้อย 3–5 ข้อ (บรีฟที่ไม่มีคำถามกลับ = Agent กำลังเดา)
Prompt 3.2 ทำอะไร: ให้ Agent ออกไปรีเสิร์ชเทรนด์จริงจากเว็บ แล้วคัดเฉพาะที่ใช้กับงานนี้ได้ — งานสังเคราะห์หลายแหล่ง ใช้ Opus + Effort สูง
จากบรีฟที่แยกไว้ ค้นหา Marketing Trend ปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับ
[หมวดสินค้า/ประเภทงาน เช่น smart home / งานครบรอบองค์กร] ในตลาดไทย
สรุปเทรนด์ 3 เรื่องที่ใช้กับงานนี้ได้จริง — แต่ละเรื่องบอก:
ที่มา/แหล่งอ้างอิง · ทำไมเกี่ยวกับงานนี้ · ตัวอย่างแบรนด์ที่ทำแล้วเวิร์กผลที่ควรได้: เทรนด์ 3 เรื่องพร้อมลิงก์อ้างอิงที่เปิดดูได้จริง — ถ้าไม่มีแหล่งอ้างอิง ให้สั่งหาใหม่
Prompt 3.3 ทำอะไร: ปิดวงจร "บรีฟ → เทรนด์ → ไอเดีย" — บังคับให้ Agent โยงไอเดียกลับเข้าเคสเก่าและจุดแข็งบริษัทที่ Train ไว้ ผลคือไอเดียที่บริษัทเราทำได้จริง
จากบรีฟและเทรนด์ที่สรุปไว้ เสนอ Big Idea 3 ทาง สำหรับงานนี้ แต่ละทางบอก: แนวคิดหลัก 1 ประโยค · อิงเทรนด์ไหน · เหมาะกับจุดแข็งอะไรของบริษัทเรา (อ้างจากไฟล์ความจำและเคสงานเก่า) · ความเสี่ยง 1 ข้อ ปิดท้าย: แนะนำ 1 ทางที่คุ้มที่สุดสำหรับงบนี้ พร้อมเหตุผล
ผลที่ควรได้: ไอเดีย 3 ทางที่อ้างเคสเก่าของบริษัทประกอบ + คำแนะนำสุดท้าย 1 ทางพร้อมเหตุผล
MCP (Model Context Protocol) คือ "ปลั๊ก" ที่เสียบให้ Agent สั่งงานแอปจริงได้ — ในคลาสนี้เสียบ 2 ตัว: Canva (สร้างสไลด์) และ ZenityX Studio / Magnific (เจนภาพและวิดีโอ) หลังเชื่อมแล้ว Agent จะเปลี่ยนจาก "ตอบเป็นข้อความ" เป็น "ส่งงานที่เสร็จแล้ว"

Prompt 4.1 ทำอะไร: ทดสอบว่าปลั๊ก Canva ทำงาน — งานเช็คการเชื่อมต่อ ใช้ Haiku เร็วสุด
สร้าง design เปล่าใน Canva ชื่อ "ทดสอบ MCP [ชื่อทีม]" แล้วส่งลิงก์กลับมาผลที่ควรได้: ลิงก์ Canva เปิดได้จริง — ถ้า error ดูตารางแก้ปัญหาท้ายบท
Prompt 4.2 ทำอะไร: เช็คเครดิตคงเหลือ + เจนภาพแรกแบบคุมงบ — ฝึกนิสัย "รู้ราคาก่อนกด" ตั้งแต่ภาพแรก
1. เช็คเครดิต ZenityX Studio ว่าเหลือเท่าไร
2. เจนภาพทดสอบ 1 ภาพ: [เช่น "บรรยากาศงานเปิดตัวสินค้าโทนพรีเมียม"]
— ก่อนเจนบอกจำนวนเครดิตที่จะใช้ แล้วรอผมยืนยันก่อนผลที่ควรได้: ยอดเครดิต + Agent หยุดรอยืนยันก่อนเจน (ไม่เจนทันที) + ได้ภาพ 1 ภาพ
Prompt 4.3 ทำอะไร: ท่าไม้ตายของบทนี้ — บรีฟเดียวสั่งงานข้าม 2 เครื่องมือ: สร้างสไลด์ + เจนภาพชุด · งานวางแผนหลายขั้น ใช้ Opus + Effort สูง
จากบรีฟที่แยกไว้ในตาราง ให้ทำ 2 อย่าง: 1. สร้างสไลด์สรุปแคมเปญใน Canva 5 หน้า: ปก / เป้าหมาย / Big Idea ที่เลือก / สิ่งที่ส่งมอบ / Timeline ใช้โทนสี [สีตาม CI ลูกค้า] ข้อความสั้น อ่านง่าย 2. เจนภาพ Mood Reference 4 ภาพผ่าน ZenityX Studio สไตล์ [บรรยากาศที่ต้องการ เช่น พรีเมียม อบอุ่น เทคโนโลยี] ก่อนเจนให้บอกจำนวนเครดิตที่จะใช้ แล้วรอผมยืนยันก่อน
ผลที่ควรได้: ลิงก์สไลด์ 5 หน้า + ภาพ Mood 4 ภาพ จากการสั่งครั้งเดียว
Prompt 4.4 ทำอะไร: แก้งานรายจุดโดยไม่รื้อทำใหม่ — ทักษะที่ใช้บ่อยที่สุดหลังได้งานรอบแรก
แก้งานใน Canva เฉพาะจุดนี้: หน้า [3] เปลี่ยน [หัวข้อเป็น "..." / สีพื้นเป็น...] หน้าอื่นห้ามแตะ เสร็จแล้วส่งลิงก์เดิมกลับมา
ผลที่ควรได้: แก้เฉพาะหน้าที่สั่ง หน้าอื่นเหมือนเดิม — ถ้า Agent รื้อทั้งไฟล์ แปลว่าคำสั่งกว้างไป ระบุหน้าหรือองค์ประกอบให้ชัดขึ้น
"บอกเครดิตที่จะใช้ แล้วรอยืนยันก่อน" — ทำให้ทีมคุมค่าใช้จ่ายได้ทุกครั้ง โดยเฉพาะงานวิดีโอที่เครดิตสูงกว่าภาพหลายเท่า
| อาการ | วิธีแก้ |
|---|---|
| ล็อกอิน Canva แล้วหน้าต่างค้าง | ปิดหน้าต่างแล้วกด Connect ใหม่ — มักเกิดจาก popup blocker ของเบราว์เซอร์ |
| Agent บอกว่า "ไม่มีสิทธิ์ใช้เครื่องมือ" | เช็คว่า Connector เปิดอยู่ในเมนู แล้วเริ่มแชทใหม่ 1 ครั้ง |
| เจนภาพไม่ออก / ค้างนาน | อย่าสั่งซ้ำทันที (เครดิตถูกหักแล้ว) — สั่งให้ Agent "เช็คสถานะงานล่าสุด" ก่อน |
| ผลงาน Canva ไม่ตรงที่สั่ง | แก้ทีละจุดด้วย Prompt 4.4 — ไม่ต้องรื้อทำใหม่ |
ช่วงนี้แยก 4 โต๊ะ แต่ละทีมสร้าง Agent ของแผนกตัวเองด้วยสูตรจากช่วงเช้า (Train ความรู้ → ใช้ Template แยกบรีฟ → สั่งงานผ่าน MCP) หน้าถัดไปคือคู่มือประจำโต๊ะ — เปิดเฉพาะส่วนทีมตัวเองได้เลย เลขกำกับ (1.1–4.3) อ้างอิงโจทย์ที่บริษัทส่งมา

Prompt 5.1 ทำอะไร: เอาผลแยกบรีฟจากช่วงเช้ามาผลิตของจริง — สไลด์เสนอลูกค้า + ภาพ Mood ในคำสั่งเดียว (ท่าเดียวกับ Prompt 4.3 แต่ใช้กับงานของทีม)
จากผลแยกบรีฟ HomeSense ให้สร้างสไลด์เสนอลูกค้าใน Canva 5 หน้า (ปก / เป้าหมาย / Big Idea / สิ่งที่ส่งมอบ / Timeline) โทนน้ำเงิน-เขียวมินต์ ห้ามใช้สีแดง และเจนภาพ Mood 4 ภาพสไตล์พรีเมียมเข้าถึงง่าย — บอกเครดิตก่อนเจน รอยืนยัน
ผลที่ควรได้: สไลด์ 5 หน้าโทนถูกต้อง (สังเกต: Agent ต้องจำข้อห้าม "สีแดง" จากบรีฟเอง) + ภาพ 4 ภาพ
Prompt 5.2 ทำอะไร: วิเคราะห์ตัวเลขแคมเปญจริงจากไฟล์ Excel — คำนวณ + เปรียบเทียบ + เสนองบ เป็นงานคิดหนักที่ผิดแล้วแพง ใช้ Opus + Effort สูง
อ่านไฟล์ [ผลแคมเปญเก่า 2 แคมเปญ.xlsx] แล้ววิเคราะห์:
1. คำนวณ CPC, Cost per Lead และ ROAS ของแต่ละแคมเปญ แยกรายสัปดาห์
2. แคมเปญไหนคุ้มกว่า เพราะอะไร — ชี้จุดที่ตัวเลขบอก
3. ถ้ามีงบใหม่ 1 ล้านบาท ควรแบ่งลงช่องทางไหน เสนอพร้อมเหตุผล
4. ตั้ง KPI ที่ควรวัดสำหรับแคมเปญหน้า 5 ตัว พร้อมค่าเป้าหมายที่อิงจากข้อมูลจริงชุดนี้ผลที่ควรได้: ตารางตัวเลขตรวจทานได้ (สุ่มเช็ค 2–3 ค่ากับไฟล์จริง) + ข้อเสนองบพร้อมเหตุผล
Prompt 5.3 ทำอะไร: แปลงผลวิเคราะห์เป็นเอกสาร 1 หน้าที่ผู้บริหารอ่านจบใน 2 นาที — ฝึกให้ Agent "สรุปเพื่อคนตัดสินใจ" ไม่ใช่เทข้อมูลทั้งหมด
สรุปผลวิเคราะห์ทั้งหมดเป็นรายงานผู้บริหาร 1 หน้า: บรรทัดแรก = ข้อสรุปเดียวที่สำคัญที่สุด / ตามด้วยตัวเลขหลัก 3 ตัว / สิ่งที่เสนอให้ตัดสินใจ 1 เรื่อง พร้อมทางเลือก 2 ทาง / ปิดด้วยขั้นตอนถัดไป เขียนตามน้ำเสียงแบรนด์ในไฟล์ความจำ บันทึกเป็นไฟล์ สรุปผู้บริหาร.md
ผลที่ควรได้: ไฟล์ .md 1 หน้า ขึ้นต้นด้วยข้อสรุป ไม่ใช่ขึ้นต้นด้วยที่มาของข้อมูล
การวิเคราะห์ KPI/ROI แม่นเท่าข้อมูลที่ป้อน — ในคลาสใช้ไฟล์ Mockup ได้ แต่ตอนใช้จริงต้องใช้ผลแคมเปญจริงของบริษัท ไม่มีข้อมูลจริง = ได้แค่ตัวอย่างสมมติ (โจทย์ 1.5)
Prompt 5.4 ทำอะไร: ลบตัวตนบุคคลออกจากข้อมูลก่อนวิเคราะห์ — ขั้นบังคับตาม PDPA และเป็นนิสัยที่แผนกต้องติดตัว
อ่านไฟล์ CRM แล้วสร้างสำเนาใหม่ชื่อ CRM-anon.csv แทนคอลัมน์ ชื่อ / เบอร์โทร / อีเมล ด้วย lead_id อย่างเดียว คอลัมน์อื่นคงเดิม ยืนยันว่าไฟล์ใหม่ไม่มีข้อมูลระบุตัวบุคคลเหลืออยู่ — จากนี้ใช้เฉพาะไฟล์สำเนา
ผลที่ควรได้: ไฟล์ CRM-anon.csv ที่เปิดดูแล้วไม่มีชื่อ/เบอร์/อีเมลจริงเหลืออยู่แม้แต่แถวเดียว
Prompt 5.5 ทำอะไร: ขุดโอกาสขายจากข้อมูล 300 แถว — จัดกลุ่ม หา pattern และเรียงลำดับความน่าไล่ตาม เป็นงานวิเคราะห์ ใช้ Opus + Effort สูง
วิเคราะห์จากไฟล์ CRM-anon.csv: 1. จัดกลุ่มลูกค้าตามอุตสาหกรรม × บริการที่สนใจ × งบประมาณ — กลุ่มไหนน่าไล่ตามสุด 3 กลุ่ม 2. รายชื่อ lead_id ที่ "คุยแล้วเงียบไป >30 วัน" แต่งบสูง — เรียงตามโอกาสปิดการขาย 3. มี pattern อะไรที่ทีมขายควรรู้ เช่น แหล่งที่มาไหนให้ lead คุณภาพสุด
ผลที่ควรได้: 3 กลุ่มเป้าหมายพร้อมเหตุผลจากตัวเลข + รายชื่อ lead งบสูงที่เงียบไป + insight แหล่งที่มา
Prompt 5.6 ทำอะไร: แปลงผลวิเคราะห์เป็นแผนปฏิบัติ — ข้อความติดต่อในน้ำเสียงแบรนด์ + ตารางว่าใครติดต่อก่อน
จากผลวิเคราะห์ ร่างให้: 1. ข้อความติดต่อกลับ 2 แบบต่อกลุ่ม (LINE และอีเมล) น้ำเสียงตามกติกาแบรนด์ในไฟล์ความจำ 2. แผนติดตาม 2 สัปดาห์: กลุ่มไหนติดต่อก่อน ช่องทางไหน วันไหน — ทำเป็นตาราง บันทึกทั้งหมดเป็นไฟล์ แผนติดต่อลูกค้า.md
ผลที่ควรได้: ข้อความ 6 แบบ (3 กลุ่ม × 2 ช่องทาง) ที่อ่านแล้ว "เป็นทีม MX" + ตารางแผน 2 สัปดาห์
ใช้ได้เฉพาะข้อมูลที่บริษัทถือสิทธิ์ (ไฟล์ export ของเราเอง) ไม่ scrape สดจากแพลตฟอร์ม และข้อมูลบุคคลอยู่ใต้ PDPA — Prompt 5.4 คือขั้นที่ห้ามข้ามในการใช้งานจริง (โจทย์ 2.1)
Prompt 5.7 ทำอะไร: ใช้ Template แยกบรีฟกับงานพื้นที่จริง — จุดที่ต่างจากงาน Marketing คือสเปกทางกายภาพ (ขนาด จอ ระยะมอง) ต้องถูกดึงออกมาครบ
แยกบรีฟในไฟล์ [Design - บรีฟบูธและสเปกจอ LED] ตาม Template 6 หัวข้อ
เพิ่มหัวข้อที่ 7: สเปกทางกายภาพทั้งหมด (ขนาดพื้นที่ ความสูง จอ LED ระยะมอง ไฟล์ที่ต้องส่ง)
— สเปกพวกนี้คือข้อจำกัดที่งานออกแบบห้ามหลุดผลที่ควรได้: ตาราง 7 หัวข้อ โดยหัวข้อ 7 มีตัวเลขครบทุกค่า (6×6 ม. / สูง 4 ม. / จอ 1600×1000 ฯลฯ)
Prompt 5.8 ทำอะไร: สั่ง Agent เจน Reference Board ผ่าน MCP — มู้ด 3 ทิศทางให้ทีม/ลูกค้าเลือก ก่อนลงแรงขึ้นแบบจริง
จากบรีฟบูธที่แยกไว้ เจน Reference Board ผ่าน ZenityX Studio: มู้ดบูธ 3 ทิศทาง ทิศทางละ 4 ภาพ (มุมกว้าง / โซนจอ LED / โซนเดโม / มุมถ่ายรูป) ธีม "บ้านอัจฉริยะที่อบอุ่น" โทนน้ำเงิน-เขียวมินต์-ไม้อ่อน ห้ามใช้สีแดงเป็นสีหลัก ขนาดพื้นที่ 6×6 ม. สูงไม่เกิน 4 ม. — ให้ภาพสะท้อนสัดส่วนจริง บอกเครดิตรวมก่อนเจน แล้วรอยืนยัน
ผลที่ควรได้: ภาพ 12 ภาพแยก 3 ทิศทางชัดเจน สัดส่วนบูธใกล้ความจริง ไม่มีสีแดงเด่น
Prompt 5.9 ทำอะไร: เปลี่ยนภาพที่เลือกให้เป็น "แนวทางขึ้นแบบ" ที่ทีม 3D เอาไปทำต่อได้ — งานสังเคราะห์เชิงเหตุผล ใช้ Opus
เปรียบเทียบ 3 ทิศทางที่เจนมา: ต่างกันอย่างไร เหมาะกับโจทย์ข้อไหน แนะนำ 1 ทิศทางพร้อมเหตุผล แล้วเขียน "แนวทางขึ้นแบบ" สำหรับทีม 3D: โซนนิ่งพื้นที่ 6×6 / ตำแหน่งจอ LED กับระยะมอง / วัสดุหลัก 3 อย่าง / จุดที่ต้องระวังจากบทเรียนเคสเก่า — บันทึกเป็นไฟล์ แนวทางขึ้นแบบ.md
ผลที่ควรได้: เอกสารแนวทางที่ทีม 3D อ่านแล้วเริ่มขึ้นแบบได้ โดยอ้างบทเรียน "จอ LED ต้องเผื่อ mapping" จากเคสเก่า
ขั้นนี้ได้ บรีฟ → Reference → ภาพร่างแนวทาง 3D ให้ทีมนำไปขึ้นแบบต่อ — ยังไม่ใช่ไฟล์ SketchUp อัตโนมัติ การสร้างไฟล์ 3D จริงยังเป็นงานของทีมออกแบบ (โจทย์ 3.3 = demo แนวทาง)
Prompt 5.10 ทำอะไร: ให้ Agent รีเสิร์ชเทรนด์ระดับอุตสาหกรรม 3–5 ปี พร้อมชี้ผลกระทบต่อธุรกิจเราโดยตรง — ไม่ใช่รายงานเทรนด์ทั่วไป
ค้นหา Mega Trend ของอุตสาหกรรมสื่อ อีเว้นท์ และโฆษณา 3–5 ปีข้างหน้า คัดมา 5 เทรนด์ที่กระทบธุรกิจเราจริง (อ้างสายงานในไฟล์ความจำ) แต่ละเทรนด์: แหล่งอ้างอิง · กระทบสายงานไหน · เป็นโอกาสหรือความเสี่ยง · ต้องเริ่มทำอะไรปีนี้
ผลที่ควรได้: 5 เทรนด์พร้อมแหล่งอ้างอิงจริง และทุกเทรนด์ระบุว่ากระทบสายงานไหนของบริษัท
Prompt 5.11 ทำอะไร: อ่านตัวเลข 3 ปีแล้วบอกว่าสายงานไหนโต/หด/ควรลงทุน — วิเคราะห์การเงิน ใช้ Opus แต่ Effort กลางพอ (ข้อมูลชุดเล็ก)
อ่านไฟล์ผลประกอบการ 3 ปี แล้ววิเคราะห์พอร์ตธุรกิจ: สายงานไหนโต/หด กี่ % ต่อปี · กำไรขั้นต้นสายไหนดีสุด · ถ้าดูตัวเลขอย่างเดียว ควรลงทุนเพิ่ม / คงไว้ / ลดขนาด สายไหน — ตอบเป็นตารางพร้อมเหตุผล
ผลที่ควรได้: ตารางสรุปที่ตัวเลข % ตรวจทานกับไฟล์ได้ และแยกชัดว่าข้อไหนคือ "ข้อเท็จจริงจากตัวเลข" ข้อไหนคือ "ความเห็น"
Prompt 5.12 ทำอะไร: รวมเทรนด์ + ตัวเลข เป็นกรอบแผน 5 ปีและโครง Business Plan — บังคับให้แยก "สมมติฐาน" และส่งการบ้านกลับให้ผู้บริหารเติม
จากไฟล์ผลประกอบการ 3 ปี + เทรนด์ที่ค้นมา: 1. ร่างกรอบแผนธุรกิจ 5 ปี แบ่งเป็นเฟส พร้อมสมมติฐานที่ใช้ (ระบุชัดว่าข้อไหนคือสมมติฐาน) 2. เขียนโครง Business Plan ฉบับทำงานต่อ: วิสัยทัศน์ / ตลาด / กลยุทธ์รายสายงาน / สิ่งที่ต้องลงทุน / ความเสี่ยง 5 ข้อพร้อมทางรับมือ 3. จบด้วยรายการ "ตัวเลขที่ผู้บริหารต้องหามาเติม" ก่อนแผนนี้ใช้ตัดสินใจจริงได้ บันทึกเป็นไฟล์ โครงแผนธุรกิจ.md
ผลที่ควรได้: โครงแผนที่แยกสมมติฐานชัด + รายการตัวเลขที่ต้องหาเพิ่ม (ถ้า Agent ไม่ส่งการบ้านกลับ = มันกำลังมั่นใจเกินข้อมูลที่มี)
Agent เป็น ผู้ช่วยวิจัยและร่างแผน — ตัวเลขการเงิน การลงทุน และการตัดสินใจสุดท้ายเป็นของผู้บริหารเสมอ (โจทย์ 4.2)
ช่วงปิดท้าย: แต่ละทีมโชว์ Agent ของตัวเอง แล้วตกลงกติกาการใช้ร่วมกันทั้งบริษัท ก่อนวางแผนใช้งานจริง 30 วันแรก

Prompt 6.1 ทำอะไร: ให้ Agent ของแต่ละทีมร่างกติกาเวอร์ชันแผนกตัวเอง — เพราะข้อมูลอ่อนไหวของ Sales ไม่เหมือนของ Design การร่างจากบริบทจริงทำให้กติกาใช้ได้จริง
จากงานที่เราทำกันมาทั้งวัน ร่าง "กติกาการใช้ Agent ของแผนก [ชื่อแผนก]" 1 หน้า: ข้อมูลอะไรของแผนกเราที่ห้ามป้อนเด็ดขาด (ระบุเป็นรายการจริง ไม่ใช่หลักการลอย ๆ) / งานไหนที่ Agent ทำได้เลย vs งานไหนต้องมีคนตรวจก่อน / ใครเป็นเจ้าของไฟล์ความจำ บันทึกเป็นไฟล์ กติกา-[แผนก].md
ผลที่ควรได้: กติกาที่ระบุชื่อข้อมูลจริงของแผนก เช่น Sales ต้องมี "ไฟล์ CRM ที่ยังไม่ anonymize" อยู่ในรายการห้าม
Prompt 6.2 ทำอะไร: ปิดวันด้วยการให้ Agent สร้างแผน 30 วันของทีมตัวเอง — เก็บเป็นไฟล์ในโฟลเดอร์ ทำให้เปิดมาทำงานต่อวันจันทร์ได้ทันที
สร้างไฟล์ Roadmap-30วัน.md ของแผนก [ชื่อแผนก] ตามโครง 4 สัปดาห์:
W1 สลับไฟล์ Mockup เป็นไฟล์จริง + Train ใหม่ + ทดสอบกับงานจริง 1 งาน
W2 ใช้ Template แยกบรีฟกับทุกบรีฟที่เข้ามา
W3 ใช้ MCP กับงานจริง 1 ชิ้น (ระบุชิ้นงานที่ทีมเราจะทำจริง)
W4 รีวิวทั้งแผนก + อัปเดตไฟล์ความจำรอบแรก
แต่ละสัปดาห์เติม: งานจริงของแผนกเรา ใครรับผิดชอบ และตัววัดว่าสำเร็จผลที่ควรได้: Roadmap ที่มีชื่องานจริง ชื่อคนรับผิดชอบ และตัววัด — ไม่ใช่แผนลอย ๆ ตามโครง
| สัปดาห์ | สิ่งที่ทำ | ตัววัดว่าสำเร็จ |
|---|---|---|
| สัปดาห์ 1 | สลับไฟล์ Mockup เป็นไฟล์จริงของแผนก · Train ใหม่ · ทดสอบกับงานจริง 1 งาน | Agent ตอบอิงข้อมูลจริงได้ถูกต้อง |
| สัปดาห์ 2 | ใช้ Template แยกบรีฟกับบรีฟจริงทุกใบที่เข้ามา | เวลาแตกบรีฟ < 30 นาที/ใบ |
| สัปดาห์ 3 | ใช้ MCP กับงานจริง: สไลด์เสนอลูกค้า 1 ชุด + Reference Board 1 งาน | งานผ่านการตรวจของหัวหน้าแผนก |
| สัปดาห์ 4 | ประชุมรีวิวทั้ง 4 แผนก: อะไรเวิร์ก อะไรติด · อัปเดตไฟล์ความจำรอบแรก | รายการปรับปรุง + แผนเดือนถัดไป 1 หน้า |
ติดปัญหาเทคนิค MCP · อยากต่อเครื่องมือเพิ่ม (เช่น ระบบภายในบริษัท) · หรืออยากยกระดับเป็น Automation ทำงานตามเวลา — ทักมาได้ทางช่องทางท้ายเล่ม
รวมคำสั่งที่ใช้บ่อยที่สุด — เปิดหน้านี้ไว้ใกล้มือช่วงสัปดาห์แรก ป้ายมุมขวา = โมเดล/Effort ที่แนะนำ
อ่านไฟล์ความจำก่อน แล้วสรุปว่าวันนี้มีงานค้างอะไรจากครั้งที่แล้ว
แยกบรีฟนี้ตาม Template 6 หัวข้อ แล้วชี้ว่าอะไรที่ต้องถามลูกค้ากลับก่อนเริ่มงาน
เจนภาพ [รายละเอียด] จำนวน [N] ภาพ — บอกเครดิตรวมก่อน แล้วรอผมยืนยัน
เพิ่มข้อมูลนี้เข้าไฟล์ความจำ: [เคสใหม่/กติกาใหม่] — จัดเข้าหัวข้อที่เหมาะสม
แสดงส่วนที่แก้ให้ดูก่อนบันทึกตรวจงานชิ้นนี้เทียบกติกาแบรนด์ในไฟล์ความจำ — ลิสต์จุดที่ขัดกติกาพร้อมข้อเสนอแก้
วิเคราะห์ [ไฟล์/เรื่อง] — แยกให้ชัดว่าข้อไหนคือข้อเท็จจริงจากข้อมูล ข้อไหนคือความเห็น
และปิดท้ายด้วยสิ่งที่ต้องการข้อมูลเพิ่มก่อนตัดสินใจอ่านไฟล์ความจำ CLAUDE.md ใหม่ก่อน แล้วตอบคำถามเดิมอีกครั้งโดยอิงบริบทบริษัทเรา
062-262-9644
admin@zenityxai.com
@zenityx · zenityxai.com